2 การปกครองของประเทศเดนมาร์ก
ระบอบประชาธิปไตยโดยมีผู้แทน
เดนมาร์กปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยโดยมีผู้แทน* นั่นหมายความว่า ีการตัดสินใจเรื่องที่สำคัญที่สุดอยู่ในอำนาจของ นักการเมืองที่ได้รับการเลือกในระบอบประชาธิปไตยให้เข้าสู่รัฐสภา* สภาเขต* และหน่วยงานควบคุมการทำงานของเทศบาล* ของเดนมาร์ก
อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ
ในเดนมาร์ก มีการแบ่งอำนาจออกเป็นสามส่วน อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการเป็นอำนาจที่เป็นอิสระจากกันโดยสิ้นเชิง Folketinget หรือรัฐสภาแห่งชาติของเดนมาร์ก มีหน้าที่ผ่านร่างกฎหมาย รัฐบาลมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายดังกล่าวโดยการร่วมมือจากหน่วยงานบริหารสาธารณะ ฝ่ายตุลาการ ซึ่งหมายรวมถึงศาลท้องถิ่น/ศาลแขวง ศาลสูง และศาลฎีกา มีหน้าที่ตัดสินพิพากษาและกำหนดบทลงโทษเกี่ยวกับข้อพิพาทต่างๆ
ระบอบประชาธิปไตยเริ่มใช้ในปีค.ศ. 1849
ระบอบประชาธิปไตยของเดนมาร์กวางอยู่บนพื้นฐานของรัฐธรรมนูญปีค.ศ. 1849 รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้มีการปรับปรุงแก้ไขมาโดยตลอด ตัวอย่างเช่น ในปีค.ศ. 1915 ได้มีการแก้ไขให้สตรีมีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเป็นรัฐธรรมนูญที่มีใช้มาตั้งแต่ปีค.ศ. 1953 ซึ่งแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงแต่หลักการพื้นฐานยังคงเดิม
สิทธิตามรัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญของเดนมาร์ก ระบุข้อกำหนดพื้นฐานที่เกี่ยวกับการปกครองของรัฐ และการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน รัฐธรรมนูญเป็นบทบัญญัตที่ประกันสิทธิในการครอบครองทรัพย์สินส่วนบุคคล เสรีภาพในการนับถือศาสนา สิทธิในการตั้งสมาคม สิทธิในการชุมนุมเรียกร้องความเป็นธรรม และเสรีภาพในการแสดงออกไม่ว่าจะโดยการเขียน การพูด หรืออื่นๆ
เสรีภาพในการออกความคิดเห็น หมายถึง การที่บุคคลหนึ่งๆ ในเดนมาร์ก สามารถเผยแพร่สิ่งที่ตนคิดและรู้สึกได้โดยเสรี ทว่าต้องอยู่ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายและศาลโดยทั่วไป คุณอาจถูกฟ้องร้องว่าหมิ่นประมาทผู้อื่น หรือใช้ถ้อยคำในลักษณะคุกคามหรือทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสีย ตัวอย่างเช่น การวิพากษ์วิจารณ์ความเชื่อหรือกลุ่มชาติพันธุ์

สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2
สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 ทรงขึ้นครองราชย์แห่งประเทศเดนมาร์กตั้งแต่ปีค.ศ. 1972 ราชวงศ์ของเดนมาร์กเป็นที่ยกย่องอย่างมากในหมู่พสกนิกร ประชาชนมักตั้งตาคอยฟังพระราชดำรัสของพระองค์เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งมีการถ่ายทอดทางวิทยุและโทรทัศน์ในวันที่ 31 ธันวาคม เวลา 18.00 น.
ราชวงศ์
ราชาธิปไตยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
ราชวงศ์ของเดนมาร์กมีอายุยืนนานที่สุดในโลก ซึ่งมีพระมหากษัตริย์ พระราชินี เจ้าฟ้าชายและเจ้าฟ้าหญิงมากมายหลายพระองค์ มาเป็นเวลามากกว่า 1,000 ปี ราชวงศ์ของเดนมาร์กไม่มีอำนาจทางการเมือง แต่มีบทบาทต่อชีวิตของประชาชนในหลายๆ ด้าน นอกจากนี้ พระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ทำหน้าที่เป็นผู้แทนของเดนมาร์กในต่างประเทศ
อำนาจนิติบัญญัติ
Folketinget หรือรัฐสภาของเดนมาร์ก มีหน้าที่อภิปรายและตรากฎหมายของเดนมาร์ก Folketinget มีสมาชิกรวมทั้งสิ้น 179 คน จากพรรคการเมืองต่างๆ สมาชิกรัฐสภาจะได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นระยะเวลา 4 ปี อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีมีสิทธิ์ที่จะยุบสภา และประกาศให้มีการเลือกตั้งทั่วไปก่อนที่จะครบวาระ 4 ปี
สมาชิกของรัฐสภาเดนมาร์กจำนวน 2 คนได้รับเลือกตั้งจากเกาะกรีนแลนด์ และอีก 2 คนจากหมู่เกาะฟาโร
การเปิดกว้างต่อสาธารณชน
การอภิปรายในรัฐสภาทุกครั้งจะมีการเปิดเผยให้สาธารณชนได้รับทราบ และประชาชนทุกคนสามารถติดต่อและซักถามนักการเมืองได้ นอกจากนี้ ประชาชนยังสามารถตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์ระบบการเมืองโดยผ่านทางสื่อมวลชน
อำนาจบริหาร
งานบริหารสาธารณะ
คณะรัฐบาลประกอบด้วยรัฐมนตรีจากหนึ่งหรือหลายพรรคการเมือง และอยู่ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีแต่ละคนจะมีหน้าที่รับผิดชอบในขอบเขตงานที่ต่างกันออกไป กระทรวงต่างๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมกันแล้วเรียกว่ารัฐบาล
รัฐบาล หน่วยงานระดับภูมิภาค ตลอดจนเทศบาล เป็นผู้ มีอำนาจการบริหาร ซึ่งทั้งหมดนี้รวมเรียกว่า งานบริหารสาธารณะ
รัฐบาลและหน่วยงานบริหารสาธารณะมีหน้าที่ปรับปรุง และกำหนดบังคับใช้กฎหมายต่างๆ
อำนาจตุลาการ
ศาลมีอำนาจโดยอิสระ
ฝ่ายตุลาการของเดนมาร์กมีอำนาจโดยอิสระ นั่นหมายความว่ารัฐบาลหรือรัฐสภาไม่มีอิทธิพลต่อการพิพากษาตัดสินคดีความใดๆ
เดนมาร์กมีศาลฎีกาหนึ่งแห่ง ศาลสูงสองแห่ง และศาลท้องถิ่น/ศาลแขวง 24 แห่ง นอกจากนี้ ยังมีศาลพิเศษที่รับผิดชอบคดีพิเศษ ตัวอย่างเช่น ศาลแรงงาน* และศาลพาณิชย์นาวีและการพาณิชย์*
โดยส่วนใหญ่ ศาลแขวงจะเป็นผู้พิจารณาคดีแพ่งและคดีอาญา คำตัดสินพิพากษาของศาลแขวง สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูงได้
ศาลฎีกา
ศาลฎีกาของเดนมาร์กเป็นศาลที่มีอำนาจสูงสุดของประเทศ ศาลฎีกาเป็นศาลอุทธณ์ นั่นหมายความว่า ศาลฎีกาจะเป็นผู้รับพิจารณาคดีที่มีการอุทธรณ์จากศาลสูง คำตัดสินของศาลฎีกาถือเป็นที่สิ้นสุดและไม่สามารถอุทธรณ์ได้อีก
ศาลอุทธรณ์พิเศษ
ประชาชนสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์พิเศษในกรณีที่ ต้องการร้องขอให้มีการรื้อฟื้นคดีอาญาที่ตัดสินแล้วขึ้นมาใหม่ อย่างเช่นในกรณีที่เพิ่งพบหลักฐานข้อมูลใหม่ในคดีที่สิ้นสุดลงแล้ว

สภาบูรณาการ
องค์กรระดับเทศบาลสามารถจัดตั้งสภาบูรณาการขึ้นได้ สภานี้มีหน้าที่ในการให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานควบคุมการทำงานของเทศบาล เกี่ยวกับแนวทางต่างๆ ที่พลเมืองใหม่และชนกลุ่มน้อย จะสามารถมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในชุมชนระดับท้องถิ่น หน่วยงานระดับเทศบาลของคุณจะสามารถบอกคุณได้ว่า มีการตั้งสภาบูรณาการในเทศบาลของคุณหรือไม่ และหากไม่มี คุณสามารถดำเนินการร้องขอต่อหน่วยงานระดับเทศบาลเพื่อให้มีการจัดตั้งสภาบูรณาการขึ้น
สภาบูรณาการท้องถิ่นจะแต่งตั้งผู้แทนเข้าสู่สภาบูรณาการระดับประเทศสำหรับชนกลุ่มน้อย ซึ่งจะมีหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่รัฐบาล ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ www.rem.dk

ผมคิดว่าทุกคนมีหน้าที่ที่จะต้องเข้าไปมีส่วนร่วม
เพอร์เวซ อิคบาล มาจากปากีสถาน เมื่อปีพ.ศ. 2513 เพื่อมาตั้งรกรากในเดนมาร์ก เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมคนเข้าเมืองจำนวนหลายแห่ง ทั้งยังเป็นสมาชิกของสภาบูรณาการและเป็นสมาชิกของคณะกรรมการในหน่วยงานเทศบาล ที่ Albertslund อีกด้วย
"ในความเห็นของผม ผมมองว่าเป็นหน้าที่ของผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่ทุกคนที่จะ้ต้องเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในสังคมใหม่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และนำประสบการณ์ที่ติดตัวมา มาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่คนอื่นๆ มีโอกาสมากมายที่เราจะสามารถมีบทบาทต่อชุมชนในระดับท้องถิ่น ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้โอกาสเหล่านั้นอย่างไรแค่นั้นเอง ตัวผมเองเริ่มเข้ามามีบทบาทตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980 เพราะในเวลานั้นผมต้องการแสดงความเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่สื่อมวลชนทางโทรทัศน์พูดถึงผู้ย้ายถิ่นเข้าประเทศ ประสบการณ์ครั้งนั้นสอนอะไรผมมากทีเดียว ผมได้พบผู้คนแตกต่างหลากหลายเป็นจำนวนมาก ทุกวันนี้ผมมีเพื่อนชาวเดนนิชหลายคน การเข้าไปมีส่วนร่วมในการพูดคุยแลกเปลี่ยน ทำให้ผมสามารถเปลี่ยนมุมมองของคนเดนมาร์กหลายต่อหลายคนที่มีต่อผู้ย้ายถิ่น และส่งผลให้เกิดโครงการริเริ่มในเชิงบูรณาการในเมือง Albertslund อีกด้วย"
หน่วยงานระดับเทศบาลและระดับภูมิภาค
ใกล้ชิดประชาชน
เดนมาร์กแบ่งการปกครองออกเป็นเทศบาล ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 98 แห่ง แต่ละแห่งจะอยู่ภายใต้การปกครองของผู้ว่าราชการและหน่วยงานควบคุมการทำงานของเทศบาลซึ่งได้รับการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย การเลือกตั้งหน่วยงานควบคุมการทำงานของเทศบาลจะจัดทำขึ้นทุก 4 ปี เทศบาลมีหน้าที่ดำเนินงานต่างๆ ในเขตท้องถิ่นภายในกรอบนโยบายที่รัฐสภากำหนด
ตัวอย่างเช่น เทศบาลมีหน้าที่ต้องจัดให้มีสถานรับเลี้ยงเด็กภาคกลางวัน โรงเรียน บ้านพักคนชรา การก่อสร้างถนนหนทาง และกำหนดขอบเขตเหมาะสมสำหรับการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น นอกจากนี้ เทศบาลยังคอยช่วยเหลือชาวต่างชาติที่ย้ายถิ่นเข้ามาใหม่ให้สามารถปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่ในเดนมาร์ก โดยหน้าที่ส่วนหนึ่งคือ การจัดเสนอให้เข้าเรียนภาษาเดนนิช และจัดให้ข้อมูลเกี่ยวกับสังคมเดนมาร์ก ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าเรียนภาษาเดนนิชสำหรับพลเมืองใหม่ โปรดดูบทที่ 4 พลเมืองใหม่ในเดนมาร์ก
หน่วยงานระดับภูมิภาค
เดนมาร์กแบ่งออกเป็น 5 เขต* แต่ละเขตปกครองโดยสภาเขตซึ่งได้รับการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย และอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี สภาเขตมีหน้าที่รับผิดชอบด้านการบริหารจัดการโรงพยาบาล ระบบขนส่งมวลชน และการวางแผนการพัฒนาในระดับภูมิภาค
การเลือกตั้งและการลงสมัครรับเลือกตั้ง
สิทธิในการลงคะแนนเสียง
พลเมืองทุกคนที่มีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียง และลงสมัครเข้ารับเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น อย่างไรก็ดี สำหรับพลเมืองที่มาจากประเทศนอกสหภาพยุโรปหรือประเทศในกลุ่มประเทศนอร์ดิก จำเป็นต้องมีที่พำนักถาวรในเดนมาร์กอย่างน้อย 3 ปีก่อน จึงจะมีสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้ง
ผู้มีสัญชาติเดนนิชเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งรัฐสภาและการลงประชามติ*
พลเมืองจากประเทศสมาชิก EU ที่อาศัยอยู่ในเดนมาร์ก มีสิทธิ์จะลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในการเลือกตั้งรัฐสภายุโรป* ที่เดนมาร์กหรือในประเทศบ้านเกิดของตนก็ได้
บัตรเลือกตั้ง
ก่อนการเลือกตั้งรัฐสภาหรือการลงประชามติ พลเมืองที่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงจะได้รับบัตรเลือกตั้ง ซึ่งระบุสถานที่ วันและเวลาในการลงคะแนนเสียง การใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเป็นแนวทางสำคัญ ที่คุณจะสามารถมีส่วนร่วมในการกำหนดความเป็นไปของสังคม และวิถีชีวิตในแต่ละวันในเดนมาร์ก ในการเลือกตั้งส่วนใหญ่ เดนมาร์กมีผู้ไปลงคะแนนเสียงเป็นจำนวนมากเสมอมา
พรรคการเมือง
เดนมาร์กมีพรรคการเมืองหลายพรรคซึ่งคัดเลือกผู้สมัครเข้าสู่สนามเลือกตั้ง หากคุณต้องการมีส่วนร่วมในการเลือกผู้ลงสมัครรับรับเลือกตั้ง คุณต้องเข้าร่วมเป็นสมาชิกในพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง ในการเลือกตั้งระดับภูมิภาคและระดับท้องถิ่น ผู้เสนอตัวเข้ารับเลือกตั้ง อาจเป็นผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในพรรคการเมืองอยู่แล้ว หรือเป็นผู้ที่เสนอตัวเข้ารับการคัดเลือกในแบบผู้สมัครนอกบัญชีรายชื่อพรรคการเมือง*
สังคมบนพื้นฐานของหลักนิติธรรมตามระบอบประชาธิปไตย
เดนมาร์กเป็นสังคมประชาธิปไตยที่วางอยู่บนพื้นฐานของหลักนิติธรรม* นั่นหมายความว่า รัฐบาลและหน่วยงานบริหารสาธารณะ รวมทั้งกรมตำรวจ อยู่ภายใต้การควบคุมตามแนวทางประชาธิปไตย และฝ่ายตุลาการทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระจากรัฐบาล ประชาชนทุกคนมีสิทธิ์และเสรีภาพขั้นพื้นฐานหลายประการ และทุกคนมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย นอกจากนี้ ประชาชนทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม และเป็นไปตามกฎหมายทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการ
หน้าที่ในการรักษาความลับ
เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนมีหน้าที่เก็บรักษาความลับของผู้เข้าใช้บริการ ดังนั้นตามกฎโดยทั่วไป การส่งผ่านข้อมูลส่วนบุคคลของคุณต่อบุคคลอื่น เช่น นายจ้าง หรือแพทย์ที่ทำการตรวจรักษาคุณ จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากคุณเท่านั้น
การเข้าถึงบันทึกหลักฐานต่างๆ*
คุณมีสิทธิ์ในการเข้าอ่านบันทึกหลักฐานต่างๆ ของคุณเอง โดยทั่วไปแล้ว หากคุณทำเรื่องขอดูบันทึกหลักฐานต่างๆ คุณจะได้รับการบอกกล่าวเกี่ยวกับเนื้อหาที่อยู่ในแฟ้มข้อมูลของคุณ
ผู้ตรวจการรัฐสภาเดนมาร์ก
ผู้ตรวจการรัฐสภาเดนมาร์กได้รับการแต่งตั้งโดยรัฐสภา และมีหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการเกี่ยวกับข้อผิดพลาดหรือการละเลยหน้าที่ของหน่วยงานบริหารสาธารณะ ผู้ตรวจการรัฐสภามีอำนาจอิสระจากรัฐบาล และมีสิทธิ์ที่จะริเริ่มการดำเนินการสอบสวนด้วยตนเอง
บุคคลใดก็ตามที่สงสัยว่าเจ้าหน้าที่ละเมิดกฎระเบียบหรือมีข้อผิดพลาดในการดำเนินงาน สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือจากผู้ตรวจการรัฐสภาได้ อย่างไรก็ตาม คุณควรใช้ช่องทางการร้องเรียนอื่นๆ ทั้งหมดเสียก่อน ผู้ตรวจการรัฐสภาให้บริการฟรีแก่ประชาชนทุกคน
สิทธิของพลเมืองและโอกาสในการร้องเรียนเกี่ยวกับงานบริหารสาธารณะ
พระราชบัญญัติว่าด้วยงานบริหารสาธารณะของเดนมาร์ก กำหนดไว้ว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐควรปฏิบัติต่อประชาชนอย่างไร
ภายใต้พระราชบัญญัติดังกล่าว เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องระบุเหตุผลที่ชัดเจนในการปฏิเสธคำร้องของผู้ใช้บริการ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่หน่วยงานบริหารสาธารณะ จะต้องให้คำแนะนำประชาชนเกี่ยวกับความเป็นไปได้ ในการร้องเรียนต่อหน่วยงานอื่นแทน
อาชญากรรมและบทลงโทษ
ถ้าบุคคลใดบุคคลหนึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดทางอาญา เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสืบสวนคดี อัยการจะเป็นผู้ดำเนินการฟ้องคดี และศาลจะเป็นผู้ตัดสินว่าบุคคลดังกล่าวควรได้รับการลงโทษหรือไม่
การนำตัวขึ้นศาลภายใน 24 ชั่วโมง
บุคคลใดก็ตามที่ถูกจับกุมและตั้งข้อหาทางอาญา บุคคลนั้นมีสิทธิ์จะถูกนำตัวขึ้นศาลภายใน 24 ชั่วโมง ศาลจะตัดสินว่าบุคคลดังกล่าวควรถูกฝากขัง* ในระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติมของตำรวจหรือไม่
ผู้ต้องสงสัยในคดีอาญามีสิทธิ์ที่จะไม่ให้ปากคำ และมีสิทธิ์ที่จะเรียกขอทนายเข้ามานั่งฟังในระหว่างการสอบปากคำได้
โทษปรับ จำคุก และบทลงโทษอื่นๆ
การลงโทษมีสองประเภท คือ การปรับและการจำคุก เยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปีและผู้ป่วยทางจิตจะถูกพิพากษาให้เข้ารับการบำบัดรักษาแทน
คำตัดสินที่มีการรอลงอาญาและไม่รอลงอาญา
การตัดสินจำคุกอาจมีการรอลงอาญาหรือไม่รอลงอาญา หากคุณได้รับคำตัดสินให้รอลงอาญา คุณจะถูกจำคุกเฉพาะในกรณีที่คุณต้องคดีอาญาใหม่ในภายหลัง อย่างไรก็ตาม ผู้กระทำความผิดอาจจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่น เช่น การยินยอมเข้ารับการบำบัดรักษา
การจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษสูงสุด
การจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษสูงสุดที่ศาลสามารถตัดสินได้ เดนมาร์กไม่มีการลงโทษประหารชีวิต
เยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปี
เยาวชนที่อายุต่ำกว่า 15 ปี จะไม่ได้รับการลงโทษ อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องสงสัยที่อายุต่ำกว่า 18 ปี อาจถูกตำรวจควบคุมตัวไว้ได้ ถึงแม้ว่าเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 15 ปี จะไม่ได้รับการลงโทษ แต่เจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์อาจตัดสินใจส่งเยาวชนนั้นไปเข้ารับการฝึกอบรม หรือถูกส่งตัวไปยังสถานพินิจที่เป็นระบบปิดได้
ใบรับรองประวัติอาชญากรรม
ผู้ว่าจ้างงานอาจขอดูใบรับรองประวัติอาชญากรรมของคุณก่อนที่จะตกลงรับคุณเข้าทำงาน
ใบรับรองประวัติอาชญากรรมเป็นเอกสารที่ระบุว่าบุคคลนั้นๆ เคยมีความผิดทางอาญาหรือไม่ และถ้ามี เอกสารจะระบุถึง ลักษณะความผิด และบทลงโทษที่ได้รับ
หากคุณต้องการใบรับรองประวัติอาชญากรรมของคุณ คุณสามารถยื่นคำขอได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้านคุณ
ความช่วยเหลือด้านกฎหมายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ความช่วยเหลือของรัฐ
บุคคลผู้มีรายได้น้อยและต้องคดีทางกฎหมาย สามารถขอรับความช่วยเหลือด้านกฎหมายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หากคุณได้รับความช่วยเหลือด้านกฎหมายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นั่นหมายความว่ารัฐจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าทนายความและค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินคดี
ความช่วยเหลือด้านกฎหมาย
หากคุณประสบปัญหาด้านกฎหมาย คุณสามารถติดต่อศูนย์ให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมาย หรือสำนักงานให้คำแนะนำด้านกฎหมาย ที่นี่จะมีนักกฎหมายคอยให้คำปรึกษาทางกฎหมาย โดยคุณไม่จำเป็นต้องเปิดเผยชื่อของคุณ บริการนี้อาจไม่ต้องเสียใช้จ่ายใดๆเลย หรือคิดค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อย คุณสามารถรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความช่วยเหลือด้านกฎหมาย หรือสำนักงานให้คำแนะนำด้านกฎหมาย โดยดูที่ www.advokatsamfundet.dk
เจ้าหน้าที่ตำรวจ
ทุกคนสามารถติดต่อตำรวจได้
ภาระหน้าที่ของตำรวจคือ การรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน รวมทั้งป้องกัน สืบสวน และแก้ไขปัญหาอาชญากรรม ประชาชนทุกคนสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือ และแจ้งความถึงผู้ละเมิดกฏหมายต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ตัวอย่างเช่น ในกรณีทีคุณ่ถูกโจรกรรม ถูกทำร้าย หรือพบเห็นการกระทำความผิด นอกจากนี้ คุณอาจโทรไปที่หมายเลข 112
โครงการ SSP* โครงการความร่วมมือ ระหว่างโรงเรียน เจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์และเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ในหลายๆ พื้นที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะปฏิบัติหน้าที่โดยร่วมมือกับโรงเรียนและเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ ภายใต้โครงการความร่วมมือที่เรียกว่า SSP โครงการความร่วมมือนี้ ริิเริ่มขึ้นเพื่อป้องกันอาชญากรรมในหมู่เยาวชน
กฎระเบียบที่ควบคุมดูแลการทำงานของตำรวจ
ตำรวจจะต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กฎระเบียบที่กำหนดไว้ในกรณีที่มีการจับกุม หรือสอบปากคำผู้ต้องสงสัย ตำรวจห้ามใช้ความรุนแรง หรือขู่ว่าจะใช้ความรุนแรง และตำรวจจะต้องแจ้งให้บุคคลที่ถูกจับกุมรับทราบถึงสิทธิ์ของตน
ตำรวจได้รับความเชื่อถือจากประชาชน
โดยทั่วไปแล้ว ชาวเดนมาร์กมีความเชื่อถือและไว้วางใจในเจ้าหน้าที่ตำรวจมาก บุคคลใดก็ตามที่ไม่พอใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ สามารถร้องเรียนต่ออัยการของรัฐ* ซึ่งจะเป็นผู้ดำเนินการเกี่ยวกับคำร้องเรียนดังกล่าว สำนักงานอัยการของรัฐประจำภูมิภาคมีทั้งหมดหกแห่ง ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่ www.rigsadvokaten.dk
ห้ามใช้กฎหมายตามอำเภอใจ
การใช้กฎหมายตามอำเภอใจ เช่น ชกต่อยผู้อื่นเมื่อบุคคลคนนั้นสร้างความรำคาญให้คุณ ถือว่าเป็นการใช้กฎหมายตามอำเภอใจ และถือเป็นความผิดทางอาญา
บทบาทของเดนมาร์กในเวทีโลก
ความร่วมมือระหว่างประเทศ
เดนมาร์กมีการร่วมมือกับประเทศอื่นๆหลายประเทศ ในโครงการความร่วมมือระดับสากล เช่น เดนมาร์กเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (EU)* คณะมนตรีที่ปรึกษาของยุโรป สหประชาชาติ (FN) องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO)* องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)* และองค์การอนามัยโลก (WHO)*
อนุสัญญาระหว่างประเทศ
เดนมาร์กได้ลงนามในอนุสัญญาระหว่างประเทศหลายฉบับ เช่น อนุสัญญาเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน อนุสัญญาของ FN ว่าด้วยการต่อต้านการทรมานบุคคลอื่น อนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการเหยียดผิวทุกรูปแบบ อนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก
ในฐานะสมาชิกของคณะมนตรีที่ปรึกษาของยุโรป* เดนมาร์กได้เข้าร่วมลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของชาวยุโรป และรวมอนุสัญญานี้เข้าไว้ในกฎหมายของเดนมาร์ก
เดนมาร์กได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (EU) ตั้งแต่ปีค.ศ. 1973 นับแต่นั้นมา EU ก็ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในหลายๆเรื่อง รวมทั้งในเรื่องการออกกฏหมายส่วนใหญ่ของประเทศสมาชิก อิทธิพลต่อ เดนมาร์กมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกกฎหมาย นอกจากนี้ กลุ่มประเทศสมาชิกใน EU ได้ให้การร่วมมือ ในเรื่องสิ่งแวดล้อม ปัญหาของผู้บริโภค และการค้าเสรีในตลาดร่วม บางประเทศได้ใช้สกุลเงินร่วมกันคือ สกุลเงินยูโร เดนมาร์กมิได้เป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศที่เข้าร่วมในระบบเงินยูโร
สหประชาชาติ (FN)*
ในฐานะสมาชิกของสหประชาชาติ (FN) เดนมาร์กต้องการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ประสบความทุกข์ยาก สร้างสันติภาพและความเจริญก้าวหน้าในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ตลอดจนส่งเสริมการเคารพในสิทธิมนุษยชน
เดนมาร์กให้ความร่วมมือและประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐอเมริกา แคนาดา และอีกหลายๆประเทศ ในเรื่อง พันธมิตรทางทหาร NATO และ องค์กรเศรษฐกิจสากล OECD
โครงการความร่วมมือด้านการพัฒนาระหว่างประเทศ
เดนมาร์กมอบเงินสนับสนุนแก่โครงการความร่วมมือด้านการพัฒนาในประเทศยากจน เช่น ในแอฟริกา เอเชีย และละตินอเมริกา ในอัตราร้อยละ 0.8 จากรายได้มวลรวมของประชาชาติ
การให้ความช่วยเหลือทางการเงินนี้จะดำเนินการผ่าน FN และองค์กรระหว่างประเทศอื่น และบางส่วนเป็นการให้ความช่วยเหลือโดยตรงไปยังประเทศผู้รับ
โดยรวมแล้ว ความช่วยเหลือนี้จะอยู่บนพื้นฐานของความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างเดนมาร์กกับประเทศที่รับความช่วยเหลือ เพื่อให้ประเทศเหล่านี้สามารถรับผิดชอบโครงการพัฒนาสังคมของตนเอง
กุญแจสำคัญที่ เดนมาร์กให้ความสนใจ ในโครงการความช่วยเหลือประเทศที่ยากจน คือ การช่วยเหลือผู้ยากไร้ ความเท่าเทียมกันทางเพศ ความเป็นประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาแบบยั่งยืน
ความช่วยเหลือแก่ผู้ลี้ภัย
เดนมาร์กมีบทบาทในการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยจากทั่วโลก อาทิเช่น การดำเนินการผ่านทางคณะทำงานสากลด้านการรักษาสันติภาพ การสนับสนุนการฟื้นฟูดินแดนที่ล่มสลายเพราะสงคราม การช่วยเหลือผู้ลี้ภัยให้สามารถตั้งถิ่นฐานใหม่ และการส่งผู้ลี้ภัยกลับสู่ถิ่นฐานเดิมถ้าเป็นไปได้
การสนับสนุนการตั้งถิ่นฐานใหม่ของผู้ลี้ภัย อาจเกิดขึ้นในชุมชนที่ใกล้กับเขตที่อยู่เดิม หรือในเดนมาร์ก ในแต่ละปีเดนมาร์กจะจัดสรรให้ความคุ้มครองดูแล แก่ผู้ลี้ภัยประมาณ 500 คน ตามข้อตกลงกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) นอกเหนือจากผู้ลี้ภัยจำนวนนี้ เดนมาร์กยังรับผู้คนมากมายที่เดินทางเข้าประเทศ โดยลำพังและได้รับการยอมรับสถานะภาพว่าเป็นผู้ลี้ภัย